PM2.5 อันตรายต่อคนทุกวัย

ในวันนี้หน้ากากป้องกันฝุ่นมลพิษแทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของร่างกายไปแล้ว เนื่องจากปรากฏการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้คุกคามสุขภาพของประชาชนอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนในวงกว้าง เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นภัยที่มองไม่เห็น ไม่มีกลิ่น แถมยังเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายจากการหายใจ และแทรกซึมเข้าไปทางผิวหนัง ในขณะที่ชีวิตประจำวันเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ การทำความรู้จัก และรู้วิธีระวังป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีสุขภาพดีภายใต้มลภาวะทางอากาศเช่นนี้

PM2.5 คืออะไร?

PM2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือประมาณเศษ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมของคนเรา ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้ นั่นจึงทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยอื่นๆ ในร่างกาย ก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ การกำเริบของอาการหืดหอบ และในระยะยาวจะส่งผลต่อการทำงานของปอด หัวใจ และหลอดเลือด นอกจากนั้นยังสามารถแทรกซึมเข้าไปทางผิวหนังและก่อให้เกิดการระคายเคืองได้อีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เป็นหลัก ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดโดยตรง ทั้งการเผาในที่โล่งจากภาคการเกษตร การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์จากยานพาหนะ การปล่อยควันเสียจากอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ รวมถึงภาคการผลิตไฟฟ้า (ข้อมูลจากกรมมลพิษ และกระทรวงพลังงาน*) นอกจากนี้การรวมตัวของก๊าซและมลพิษต่างๆ ในชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และออกไซด์ของไนโตรเจน รวมทั้งสารพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เช่น สารปรอท แคดเมียม และอื่นๆ ก็เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย

อันตรายและผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

เนื่องจากขนาดของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจได้ทันที จึงมีผลต่อระบบทางเดินหายใจและส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง เช่น มีอาการไอ จาม หรือภูมิแพ้ (โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่น ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้มากขึ้น) มีอาการแน่นหน้าอก หอบหืด หายใจถี่ และหากร่างกายได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคหลอดลมอักเสบ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหลอดเลือดและหัวใจเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง หรือโรคระบบทางเดินหายใจอื่นได้ นอกจากนั้นฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ยังทำให้เกิดการระคายเคืองตา คอ เป็นลมพิษ มีผดผื่นคันตามตัว และทำร้ายเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวอ่อนแอ เหี่ยวย่นง่าย

แนวทางระวังป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ หน้ากากแบบ N95 (หน้ากากชีวนิรภัย) ซึ่งปกติเป็นหน้ากากสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ หรือตรวจผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรค ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคขนาดเล็กได้ 95% แต่หากไม่สามารถหาหน้ากากแบบ N95 ได้ อาจทดแทนด้วยการใช้หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาสวมทับ 2 ชั้น ซึ่งจะสามารถป้องกันฝุ่นละอองได้ประมาณ 90% โดยการสวมใส่ให้กดขอบลวดด้านบนให้แนบกับดั้งจมูก ดึงสายรัดให้ตึง การหายใจจะต้องไม่มีลมรั่วออกทางด้านข้าง และควรใช้หน้ากากไม่เกิน 8 – 10 ชั่วโมง ต่อชิ้น

ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิดเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (สามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศ ได้ทาง กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ http://air4thai.pcd.go.th/ หรือแอปพลิเคชันวัดค่าฝุ่นละออง เช่น AirVisual, Air4Thai, หรือ Real time AQI เป็นต้น) หากจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้งต้องสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองเสมอ

แต่ทั้งนี้การอยู่ภายในที่พักอาศัยก็หรือภายในตัวอาคารก็ไม่ได้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เสมอไป เนื่องจากมีอากาศถ่ายเทเข้าออกจากการเปิด – ปิด ประตู หน้าต่าง อยู่เสมอ ทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เล็ดลอดเข้ามาได้ ดังนั้นการทำให้อากาศภายในบ้านหรืออาคารสะอาดขึ้นด้วยเครื่องฟอกอากาศจึงเป็นสิ่งจำเป็น หากไม่มีเครื่องฟอกอากาศก็จำเป็นต้องปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดที่สุด โดยเฉพาะบริเวณขอบวงกบ เพื่อป้องกันให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เล็ดลอดเข้ามาได้น้อยที่สุด

นอกจากนี้แล้ว การพักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ รวมทั้งอาหารเสริมหรือวิตามินซีและอี จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิต้านทาน การปลูกต้นไม้ภายในบริเวณที่พักอาศัยหรืออาคาร ก็สามารถช่วยดักกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ในระดับหนึ่ง แถมยังช่วยฟอกอากาศบริเวณนั้นได้อีกด้วย และเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ถือเป็นกลุ่มเปราะบางต่อโรค จึงควรจะได้รับการป้องกันจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นพิเศษ จึงควรเตรียมยาแก้แพ้ไว้ใกล้ตัวเสมอ

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านการปฏิบัติตัวเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 สายด่วนกรมอนามัย 0-2590-4359 และสายด่วนกระทรวงสาธารณสุข 1669